นิทาน เรื่อง “กลุ่มดาวจระเข้”

“สักวาดาวจระเข้ก็เหหก ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว เป็นวันแรมแจ่มแจ้งด้วยแสงดาว น้ำค้างพราวปรายโปรยโรยละออง ลมเรื่อยเรื่อยเฉื่อยฉิวต้องผิวเนื้อ ความหนาวเหลือทานทนกมลหมอง สกุณากาดุเหว่าก็เราร้อง ดูแสงทองจับขอบฟ้าขอลาเอย”

สักวาบทนี้มีใจความสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อใกล้สว่างดาวจระเข้ก็เหหก ศีรษะตกหันหางขึ้นกลางหาว กลุ่มดาวจระเข้อยู่ทางขอบฟ้าทิศเหนือ เมื่อเริ่มขึ้น จะเห็นทางด้านตัวกระบวย (ด้านหัวจระเข้) โผล่ขึ้นมาทาง ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วค่อยๆ เคลื่อนไปทางขอบฟ้า ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยจะหันเหเอาด้านตัวกระบวยหรือหัวจระเข้ เคลื่อนที่ไป เมื่อกลุ่มดาวกลุ่มนี้ เคลื่อนที่มาตรงขอบฟ้าทิศเหนือ จะเห็นเป็นรูปกระบวยคว่ำลง เมื่อใกล้จะตก จะเห็นกลุ่มดาวกลุ่มนี้หันเอาด้าน ตัวกระบวยหรือหัวจระเข้ปักลงไปทางขอบฟ้าก่อน ด้วยเหตุนี้คนโบราณ (โดยเฉพาะคนไทย) จึงใช้ดาวกลุ่มนี้เป็นเครื่องบอกเวลาได้ โดยสังเกตจากการหันเหของดาวกลุ่มนี้ ถ้าเริ่มขึ้นจะเอาหัวจระเข้ชี้ไปทาง กลางฟ้า พอใกล้จะตกจะเอาหัวปักขอบฟ้า เอาหางชี้ฟ้า

เนื่องจากกลุ่มดาวจระเข้เป็นกลุ่มดาวบอกเวลาได้ คนไทยใช้ดาวกลุ่มนี้ บอกเวลา ได้หลายอย่างเช่น ถ้าเห็นดาวจระเข้อยู่กลางท้องฟ้า เมื่อเริ่มมืด (ราวปลายเดือนมิถุนายน) แสดงว่าชาวนากำลังดำนา ชาวไร่ปลูกพืชไร่ ในหน้าฤดูเข้าพรรษา ดาวจระเข้จะขึ้นตอนเช้ามืด การไปทอดกฐินของไทย สมัยก่อน เคลื่อนองค์กฐินกันตั้งแต่ก่อนสว่าง อาศัยดูเวลาจากดาวจระเข้ ฉะนั้นสมัยนี้ เวลาไปทอดกฐิน เขาจึงต้องเอาธงจระเข้ไปปักไว้หน้าวัด เพื่อเป็น เครื่องระลึกถึง ประโยชน์ของกลุ่มนี้ เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรลองถามผู้ใหญ่ดูก็ได้
กลุ่มดาวจระเข้นี้ แต่ละชาติต่างก็เห็นแตกต่างกันออกไป เช่นชาวบาบิโลเนียน เห็นคล้ายรถเข็นให้เด็กนั่ง ชาวอียิปต์เห็นคล้ายขาหลังข้างซ้ายของวัว ชาวสเปนเห็นคล้ายเขาสัตว์สำหรับเป่า ชาวญี่ปุ่นเห็นคล้ายราชรถ ชาวอินเดียแดงเห็นคล้ายเรือบรรทุกของชาวอาหรับเห็นคล้ายล้อเลื่อน บรรทุกของ ชาวอิหร่านและชาวอังกฤษเห็นเป็นคันไถ ส่วนชาวจีนและ ชาวยุโรปอเมริกาทั่วๆ ไปเห็นคล้าย กระบวย ชาวกรีก ชาวคาลเดียนเห็น เป็น หมีใหญ่ สำหรับคนไทยทั่ว ๆ ไปเห็นเป็นจระเข้ เมื่อแต่ละชาติเห็น แตกต่างกันเช่นนี้ แต่ละชาติก็มีนิยายเกี่ยวกับ กลุ่มดาวนี้แตกต่างกันออกไป นิยายดาวที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นนิยายที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นเทพนิยายที่ แพร่หลายตรงกันเกือบทั่วโลก ชาวคาลเดียน ชาวกรีก และพวกอินเดียนแดง เผ่าดั้งเดิมในสหรัฐอเมริกา เห็นกลุ่มดาวจระเข้เป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มดาวในบริเวณกลุ่มจระเข้ และบริเวณใกล้ ๆ ดาวเหนือ ไม่มีเส้นที่เชื่อมกลุ่มดาวแล้วเห็นเป็นหมีใหญ่หมีเล็กได้เลย แล้วหมีสองตัวนี้มาจากไหนขอตอบว่ามาจากนิยายปรัมปราเป็นเรื่องเก่าแก่ เล่ากันต่อ ๆ มาตั้งแต่มีเทพเจ้าต่าง ๆ ซึ่งไม่มีตัวตนจริงแต่อย่างใด ตามนิยายกล่าวว่า

เทพบดีจูปีเตอร์ (พฤหัสบดี) เกิดหลงรักพระนางคาลลิสโต (Callisto) บุตรีของพระเจ้าไลแคนอน (Lycanon) กษัตริย์แห่งอาร์เดีย จอมเทพจูปีเตอร์ ได้แปลงร่างพระนางคาลลิสโตเป็นหมี เพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจาก ความริษยาของพระนางจูโน แต่พระนางคาลลิสโตก็เกือบถูกบุตรชาติของ พระนางเอง ชื่ออาร์แคล (Arcas) ฆ่าตาย เพราะไม่รู้ว่าหมีนั้นคือแม่ของตน และเพื่อขจัดความยุ่งยากอื่น ๆ ซึ่งอาจมีขึ้น จอมเทพจูปีเตอร์จึงแปลงร่าง อาร์แคลผู้เป็นบุตร เป็นหมีเล็ก เอาขึ้นไปไว้บนสวรรค์ ใกล้ ๆ หมีแม่ของของเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s